
อ่านให้ฟัง
04:31

เสียงปืนที่ยังไม่สงบและการเจรจาล้มเหลว คำถามที่โลกต้องการคำตอบคือ "ใครคือผู้ชนะที่แท้จริง" ระหว่างมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐฯ กับเจ้าแห่งกลยุทธ์สงครามยืดเยื้ออย่างอิหร่าน ที่เดิมพันด้วยเสถียรภาพเศรษฐกิจของมนุษยชาติวันนี้ (24 เม.ย.2569) บทวิเคราะห์โดย นิก โรเบิร์ตสัน บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ CNN ชี้ให้เห็นว่า ในเกมการเมืองระดับโลกครั้งนี้ อิหร่านอาจเป็นฝ่ายที่อดทนต่อความเจ็บปวดได้นานกว่าสหรัฐฯ แม้แสนยานุภาพทางทหารจะด้อยกว่า แต่อิหร่านใช้กลยุทธ์ "สงครามอสมมาตร" เช่นการใช้เรือเล็กป่วนการเดินเรือและการขู่ตัดสายเคเบิลใต้ดิน เพื่อปั่นป่วน "ราคาน้ำมันโลก" และกดดัน ปธน.ทรัมป์
ในขณะที่ทรัมป์พยายามแสดงความมั่นใจว่า "เวลา" อยู่ข้างตน แต่อิหร่านกลับใช้ชั้นเชิงทางการทูตที่เหนือชั้นและการบิดเบือนข้อมูลเพื่อดึงเกมให้ยาวออกไป จนสหรัฐฯ เริ่มตกเป็นรองในด้านกรอบเวลาและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ภายใต้บรรยากาศที่มาคุและการเผชิญหน้าทางทหารที่ขยายตัวสู่ระดับวิกฤตเศรษฐกิจ โลกกำลังจับตามองว่า ใครจะเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะในสงครามระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่าน ในครั้งนี้
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงยืนกรานอย่างแข็งกร้าวในห้องทำงานรูปไข่ว่า "เวลาอยู่ข้างสหรัฐฯ" และการปิดล้อมทางทะเลจะทำให้อิหร่านล่มสลายในที่สุด
แต่คำถามที่เกิดขึ้นคือ สหรัฐฯ จะสามารถทนต่อแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและภาวะตลาดโลกที่ผันผวนได้นานเพียงใด
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ แม้ว่ากองทัพสหรัฐฯ จะมีความสามารถในการบดขยี้กองเรือหลักของอิหร่านจนจมลงก้นทะเลไปแล้วกว่า 159 ลำ แต่นั่นคือชัยชนะที่แท้จริงหรือไม่ ?
ในเมื่ออิหร่านยังคงสามารถใช้เรือขนาดเล็กปฏิบัติการ "มดคันไฟ" โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซได้โดยไม่เกรงกลัว อีกทั้งยังมีการข่มขู่ที่จะตัดสายเคเบิลข้อมูลใต้ทะเลจำนวน 7 เส้นซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการสื่อสารในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามถึงประสิทธิภาพของแสนยานุภาพแบบดั้งเดิมว่าจะสามารถเอาชนะสงครามรูปแบบใหม่ที่อิหร่านเชี่ยวชาญได้หรือไม่
ในขณะที่ทรัมป์พยายามเร่งรัดให้มีการส่งข้อเสนอที่เป็นหนึ่งเดียวจากอิหร่าน แต่ฝ่ายอิหร่านภายใต้การนำของ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาอิหร่าน กลับใช้ชั้นเชิงการทูตที่ซับซ้อนและการบิดเบือนข้อมูลเพื่อดึงเกมให้ยืดเยื้อ การที่กาลิบาฟมีกระแสข่าวลือเรื่องการลาออกท่ามกลางแรงกดดันจากกลุ่ม IRGC ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า นี่คือแผนลวงเพื่อถ่วงเวลา หรือเป็นรอยร้าวที่สหรัฐฯ จะสามารถฉวยโอกาสได้จริงหรือไม่ ?
ใครจะเป็นฝ่ายที่สามารถคุมสถานการณ์ภายในประเทศของตนเองได้มั่นคงกว่ากัน ในวันที่กระแสการประท้วงและการประหารชีวิตในอิหร่านยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ทรัมป์นำมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเชิงศีลธรรม
สุดท้ายแล้ว "ชัยชนะ" ในสมรภูมินี้อาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนผู้เสียชีวิตหรือจำนวนเรือที่จมลง แต่อยู่ที่ว่า ใครจะสามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความชอบธรรมบนเวทีโลกได้ยาวนานกว่ากัน
การที่ทรัมป์ยืนยันไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐฯ เองก็เกรงกลัวต่อผลกระทบที่จะย้อนกลับมาทำลายระเบียบโลก ในขณะที่อิหร่านดูเหมือนจะพร้อมเดิมพันด้วยทุกสิ่งเพื่อขับไล่อิทธิพลของสหรัฐฯ ออกไป
คำถามสำคัญที่ยังไร้คำตอบคือ ในเกมการกะพริบตาครั้งใหญ่ที่สุดของศตวรรษนี้ ฝ่ายใดจะเป็นผู้ที่เสียสมาธิก่อน และโลกจะยอมรับผู้ชนะที่ก้าวข้ามกองซากปรักหักพังทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ สถานการณ์ที่กรุงอิสลามาบัดและช่องแคบฮอร์มุซหลังจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด
อ่านข่าว :
ชายเม็กซิโกกราดยิงบนพีระมิดโบราณ "เตโอติวากัน" พบเลียนแบบคดีดังสหรัฐฯ
จับตาข่าวลือ! สื่ออิสราเอลเผย "กาลิบาฟ" วางมือทีมเจรจา สันติภาพส่อเค้าสะดุด
กยศ.เปิดให้กู้ยืมปี 69 หนุนเรียนสาขาเพื่อพัฒนาประเทศ เพิ่มโอกาสมีงานทำ
© ไทยนิวส์เอ็กซ์เพรส