ค้นหาอย่างรวดเร็ว
วันนี้:

ศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 สส.ก้าวไกล ลุ้น 10 สส.ปชน.หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

Apr 24, 2026 การเงิน IDOPRESS

อ่านให้ฟัง

06:55

ศาลฎีกา นัดพิจารณาคำร้องของ ป.ป.ช. คดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ลงชื่อแก้มาตรา 112 วันนี้ พร้อมเปิด 3 แนวทางหลักพิจารณา จับตา 10 สส.ของพรรคประชาชน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ วันนี้ (24 เม.ย.2569) ศาลฎีกา นัดประชุมองค์คณะเพื่อพิจารณาคำร้องคดีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นเอาผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ในฐานทำผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

จุดเริ่มต้นของข้อกล่าวหานี้เมื่อเดือน ก.พ.-มี.ค.2564 เมื่อ สส.พรรคก้าวไกล 44 คน นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 สาระสำคัญคือการลดอัตราโทษและกำหนดให้สำนักพระราชวัง เป็นผู้ร้องทุกข์เพียงผู้เดียว แม้ร่างนี้จะไม่ได้รับการบรรจุวาระในสภาแต่ลายมือชื่อของทั้ง 44 คนกลายเป็นหลักฐานที่ถูกนำไปใช้ดำเนินคดีในภายหลัง

เรื่องนี้ไปถึงมือศาลรัฐธรรมนูญมาแล้วเมื่อ 31 ม.ค.2567 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเสนอแก้มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลเป็นการล้มล้างการปกครอง ในลักษณะเซาะกร่อนบ่อนทำลาย นี่คือดาบแรก

ดาบที่ตามซ้ำคือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถูกนำไปอ้างอิงประกบเพื่อยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) เพื่อให้เอาผิดทางจริยธรรมร้ายแรง ปรากฏว่า ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูลว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่งคำร้อง 50,000 หน้าให้ศาลฎีกา

วิเคราะห์ 10 ขุนพล

ทั้งนี้ ต้องจับตาว่า ในวันนี้จะส่งผลต่อสถานะในสภาผู้แทนราษฎรของ สส. ทั้ง 10 คนของพรรคประชาชน ที่มีชื่อตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาของคดีนี้ด้วยหรือไม่

ประกอบด้วย

1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล

3.นายรังสิมันต์ โรม ลงสมัคร

4.นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ลงสมัคร

5.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล

6.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม

7.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

8.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

9.นายธีรัจชัย พันธุมาศ

10.นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

ทั้ง 10 คนที่เสี่ยงถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ หลายคนเป็นคีย์แมนสำคัญของค่ายการเมืองสีส้ม ไม่ว่าจะเป็นนาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน,น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ขุนพลเศรษฐกิจ,นายรังสิมันต์ โรม ผู้แทนจอมตรวจสอบ,นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้แทนจอมตรวจสอบอีกคน,นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง มือกฎหมายของพรรค

ส่วนกลุ่ม สส.เขตทั้ง นายธีรัจชัย พันธุมาศ และ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หากปลายทางวินิจฉัยว่าผิดตามข้อกล่าวหา ก็ต้องเลือกตั้งซ่อมใน กทม.กันใหม่ทั้ง 2 เขต

หากหายไปพร้อมกัน 10 คน งานตรวจสอบรัฐบาลในสภาอาจสะดุด

3 แนวทางหลักในการพิจารณาคดี

1. ศาลรับคำร้อง และสั่งให้ 10 สส.พรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่

2. ศาลรับคำร้อง แต่มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด

3. ศาลไม่รับคำร้อง ทำให้คดียุติลง

ปชน. งัด 3 กระบวนท่าสู้คดี

พรรคประชาชนทิ้งไพ่ใบสำคัญออกมาก่อนหน้านี้ คือการยื่น 3 คำร้องแนบไปยังศาลฎีกา

1. คำร้องขอปฏิบัติหน้าที่ต่อ (ขอให้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น) นี่คือคำร้องที่สำคัญที่สุดเพื่อรักษากำลังพลในสภา ทีมกฎหมายอ้างเหตุผลว่า ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านของหัวหน้าพรรค สำคัญอย่างยิ่งต่อระบบรัฐสภา หากถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปจะสร้างความเสียหายต่อกลไกการตรวจสอบรัฐบาลมากกว่าการให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ นอกจากนี้ยังระบุว่า จริยธรรมเป็นเรื่องนามธรรมที่ต้องผ่านการไต่สวนจนถึงที่สุดก่อนจึงจะสรุปความผิดได้ การสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจึงเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไป

2. คำร้องขอให้ศาลจำหน่ายคดีหรือยกคำร้อง เป็นการสู้ในเชิงหลักการกฎหมาย โดยขอให้ศาลพิจารณาไม่รับคำร้องของ ป.ป.ช. ไว้พิจารณา ข้อโต้แย้งหลักคือ การที่ ป.ป.ช. ใช้อำนาจมาตรวจสอบการทำหน้าที่นิติบัญญัติอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก สส. มีเอกสิทธิ์และความคุ้มครองในการเสนอหรือแก้ไขกฎหมายตามวิถีทางประชาธิปไตย หากศาลรับฟ้องเรื่องนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ทำลายความเป็นอิสระของฝ่ายนิติบัญญัติในอนาคต

3. คำร้องขอให้ ป.ป.ช. ย้อนกลับไปเริ่มกระบวนการไต่สวนใหม่ ทีมกฎหมายอ้างว่า พบความผิดปกติในขั้นตอนการทำงานของ ป.ป.ช. หลายประการ จึงขอให้ศาลสั่งเริ่มต้นใหม่ คือมองว่า ป.ป.ช.ทำการพิจารณาแบบเหมารวม พบสำนวนหลักฐานกว่า 50,000 หน้ามีลักษณะคัดลอกกันมาถึง 98% โดยไม่ได้แยกพฤติการณ์รายบุคคลว่า สส. แต่ละคนมีบทบาทอย่างไร แบบนี้ขัดต่อหลักยุติธรรมที่ต้องพิจารณาจากพฤติกรรมเฉพาะบุคคล

ที่สำคัญยังมีการปิดกั้นพยานหลักฐาน โดยพรรคประชาชนอ้างว่า ป.ป.ช. ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้นำสืบพยานบุคคลหรือยื่นพยานเอกสารอย่างเต็มที่ในชั้นไต่สวน มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องกรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาในคดีสินบนทองคำ แต่กลับมาเป็นผู้นำการไต่สวนคดีนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเที่ยงธรรมของคดี

อ่านข่าว :

"พิธา" ยืนยัน 44 สส.เข้าชื่อแก้ มาตรา 112 ไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง

“ปชน.” ลุ้นศาลฎีกา นัดฟังคำสั่งคดี 44 สส.24 เม.ย.นี้

"ปกรณ์วุฒิ" ไม่หวั่น ศาลฎีกาชี้ชะตาคดี "44 สส."

ค้นหาอย่างรวดเร็ว

ฝ่ายกิจการอย่างเป็นทางการเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับข่าวระดับภูมิภาคล่าสุด ข้อมูลอัปเดตขององค์กร และประกาศอย่างเป็นทางการ โดยให้การรายงานที่เป็นกลางและข้อมูลเชิงลึกในกิจการขององค์กร

© ไทยนิวส์เอ็กซ์เพรส