ค้นหาอย่างรวดเร็ว
วันนี้:

ศาลฎีการับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล 10 สส.ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

Apr 24, 2026 การศึกษา IDOPRESS

อ่านให้ฟัง

06:45

ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล ชงแก้ มาตรา 112 ให้ 10 สส.พรรคประชาชน ปฎิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ห้ามเสนอแก้กฎหมายอีกตามคำร้อง นัดพิจารณาครั้งแรก 30 มิ.ย.2569 และนัดตรวจพยานหลักฐาน 4 ส.ค.2569วันนี้ (24 เม.ย.2569) ศาลฎีกามีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ 1 กับพวกรวม 44 คน ผู้คัดค้าน เรื่อง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านทั้ง 44 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กล่าวคือ ระหว่างวันที่ 10 ก.พ.2564 ถึงวันที่ 25 มี.ค.2566 ผู้คัดค้านทั้ง 44 ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผล และบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยอาศัยสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ

แต่บทบัญญัติดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการลดทอนสถานะ ความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง และการเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งผู้ใดจะละเมิดมิได้ อันเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 6 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งข้อบกพร่องดังกล่าวให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 ทราบแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้ง 44 ยังคงยืนยันที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง

การกระทำของผู้คัดค้านทั้ง 44 จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฐานไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน และฐานกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ประกอบข้อ 3 วรรคสอง และข้อ 27 ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 9 เม.ย.2569

ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ส่งสำเนาคำร้องพร้อมเอกสารประกอบให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 หากจะคัดค้าน ให้ยื่นคำคัดค้านภายใน 15 วัน

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 มีพฤติการณ์กระทำซ้ำ หรือกระทำต่อไปซึ่งการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ประกอบกับผู้คัดค้านดังกล่าวยังคงมีอำนาจหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควรให้ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 วรรคสาม ประกอบมาตรา 81 และระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 ข้อ 12 วรรคสอง

จึงมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยห้ามผู้คัดค้านดังกล่าวกระทำซ้ำ หรือกระทำการใด ๆ หรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะเดียวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้น ศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งศาลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ

นัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 30 มิ.ย.2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 ส.ค.2569 เวลา 09.30 น.

อ่านข่าว :

ศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 สส.ก้าวไกล ลุ้น 10 สส.ปชน.หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

"พิธา" ยืนยัน 44 สส.เข้าชื่อแก้ มาตรา 112 ไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง

ค้นหาอย่างรวดเร็ว

ฝ่ายกิจการอย่างเป็นทางการเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับข่าวระดับภูมิภาคล่าสุด ข้อมูลอัปเดตขององค์กร และประกาศอย่างเป็นทางการ โดยให้การรายงานที่เป็นกลางและข้อมูลเชิงลึกในกิจการขององค์กร

© ไทยนิวส์เอ็กซ์เพรส