
อ่านให้ฟัง
05:17

"อิหร่าน" ยืนยันจะไม่เจรจาภายใต้การข่มขู่และบอกเป็นนัยว่าได้เตรียมขีดความสามารถทางทหารใหม่ไว้แล้วในกรณีที่การเจรจาล้มเหลว ขณะที่ "ทรัมป์" อ้างว่าข้อตกลงที่กำลังทำกับอิหร่านดีกว่าสมัยโอบามา-ไบเดนวันนี้ (21 เม.ย.2569) โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุผ่าน X ว่า อิหร่านจะไม่เจรจาภายใต้การข่มขู่ โดยอ้างว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พยายามเปลี่ยนโต๊ะเจรจาให้กลายเป็นโต๊ะแห่งการยอมจำนน หรือเพื่อหาข้ออ้างในการก่อสงครามอีกครั้งด้วยการปิดล้อมและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านได้เตรียมพร้อมที่จะเปิดไพ่ใบใหม่ไว้ใช้ในสนามรบ
ขณะที่ อับบาส อารัคชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ต่อสายหารือกับ รมว.ต่างประเทศปากีสถาน ระบุว่า อิหร่านอยู่ระหว่างพิจารณาทุกแง่มุม ก่อนตัดสินใจว่า จะดำเนินการอย่างไร พร้อมทั้งระบุว่า การกระทำยั่วยุและการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงกรณียึดเรือสินค้าอิหร่าน เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจา
ส่วนมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุว่า การปฏิบัติตามพันธกรณีคือรากฐานของการเจรจาที่มีความหมาย พร้อมเตือนว่า ความไม่ไว้วางใจที่ฝังรากลึกของอิหร่านต่อพฤติกรรมรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงมีอยู่ และยืนยันว่าชาวอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อการบีบบังคับใดๆ หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าต้องการให้อิหร่านยอมแพ้
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ เคลื่อนไหวผ่านทรูธ โซเชียลต่อเนื่อง ระบุว่า ข้อตกลงที่ทำกับอิหร่านจะดีกว่า JCPOA มาก หรือเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า "ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน" ที่จัดทำโดยบารัค โอบามา และโจ ไบเดน โดยทรัมระบุด้วยว่า เป็นหนึ่งในข้อตกลงที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของสหรัฐฯ เป็นเส้นทางที่รับประกันไปสู่การมีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะไม่เกิดขึ้น และไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ภายใต้ข้อตกลงที่สหรัฐฯ อยู่ระหว่างดำเนินการอยู่

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
ทรัมป์ยังระบุอีกว่า หากมีข้อตกลงเกิดขึ้นภายใต้ "ทรัมป์" ข้อตกลงดังกล่าวจะรับประกันสันติภาพ ความมั่นคงและความปลอดภัย ไม่เพียงแต่สำหรับอิสราเอลและตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยุโรป อเมริกาและทั่วโลก
ส่วนอีกโพสต์หนึ่ง ทรัมป์ปฏิเสธว่า ไม่ได้อยู่ภายใต้แรงกดดันในการทำข้อตกลง พร้อมย้ำว่า ข้อตกลงกับอิหร่านจะเกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว นอกจากนี้ทรัมป์ระบุด้วยว่า อิสราเอลไม่เคยโน้มน้าวให้ตนทำสงครามกับอิหร่าน แต่ผลของเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.2568 ต่างหากที่ตอกย้ำความคิดเห็นที่ตนมีมาตลอดชีวิตว่าอิหร่านต้องไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์
ท่าทีนี้มีขึ้นหลังมีรายงานว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของทรัมป์ในการทำสงคราม
ด้านทางการปากีสถาน เผยแพร่ภาพ รมว.มหาดไทยปากีสถาน พบกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำปากีสถาน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการมาตรการรักษาความปลอดภัยและการเตรียมความพร้อมทางด้านโลจิสติกส์ สำหรับการเจรจารอบต่อไประหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่อาจเกิดขึ้น
ขณะที่สำนักข่าว Reuters รายงานแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลปากีสถาน ว่า ปากีสถานมั่นใจว่า จะสามารถโน้มน้าวอิหร่านให้เข้าร่วมการเจรจากับสหรัฐฯ ได้ ซึ่งขณะนี้ปากีสถานยังเดินหน้ายกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในกรุงอิสลามาบัด เพื่อรองรับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายสัปดาห์นี้
ด้าน The New York Times รายงานอ้างเจ้าหน้าที่อิหร่าน ว่า ทีมเจรจาอิหร่านวางแผนเดินทางไปกรุงอิสลามาบัดในวันที่ 21 เม.ย.นี้ ขณะที่แหล่งข่าวจากทำเนียบขาวเปิดเผยกับ Iran International ว่า ทีมผู้แทนสหรัฐฯ มีแผนจะเดินทางไปกรุงอิสลามาบัดในเร็วๆ นี้
อ่านข่าว
อิหร่านส่งโดรนโจมตีเรือสหรัฐฯ ตอบโต้เรือสินค้าถูกยึด
ผู้นำอิหร่านตั้งคำถาม "ทรัมป์เป็นใคร ?" ถึงมีอำนาจลิดรอนสิทธิ์นิวเคลียร์ผู้อื่น
“ญี่ปุ่น” เตือนเฝ้าระวังแผ่นดินไหวรุนแรงซ้ำสัปดาห์หน้า
© ไทยนิวส์เอ็กซ์เพรส